นายกฯ หารือผู้บริหารและสมาชิกสภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียน ก่อนเดินหน้า FTA ไทย-อียู สิ้นปี 2569 เพื่อผลักดันการค้าเติบโต ขณะที่การเดินหน้าเป็นสมาชิก OECD ยืนยัน ดำเนินการเต็มที่ เพื่อเปิดโอกาสใหม่ๆให้ประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียน (EU-ASEAN Business Council: EU-ABC) และสมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ (European Association for Business and Commerce: EABC) พร้อมคณะผู้แทนภาคธุรกิจจากสหภาพยุโรป เข้าพบเพื่อหารือด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กลุ่มนักธุรกิจจากสหภาพยุโรปได้ยืนยันถึงความตั้งใจ ที่จะขยายการลงทุนในประเทศไทย พร้อมชื่นชมการดำเนินงานของรัฐบาลไทยที่รับฟังข้อเสนอแนะและตอบสนองต่อภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หลังจากได้พบปะหารือกันหลายครั้งในเวทีระหว่างประเทศ

 

ทั้งนี้ ไทยได้ยืนยันความพร้อมด้านการลงทุน การท่องเที่ยว และการใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต รวมถึงขอให้ภาคธุรกิจยุโรปสนับสนุนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (Thailand-EU FTA) ในช่วงโค้งสุดท้าย โดยตั้งเป้าปิดการเจรจาให้ได้ภายในสิ้นปี 2569

 

นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า การเจรจามีความล่าช้าในช่วงท้าย เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังมีประเด็นที่เห็นต่างและต้องร่วมกันหาทางออก เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน เพราะหากการเจรจา FTA สำเร็จ มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และผู้ประกอบการไทยจะสามารถส่งออกสินค้าไปยังยุโรปได้โดยไม่มีกำแพงภาษีเป็นอุปสรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า ไทยยังมีอุปสรรคอะไรในการเจรจาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี บอกว่า ประเด็นหลักอยู่ที่เรื่องวัตถุดิบและภาคการเกษตร ซึ่งรัฐบาลต้องดำเนินการในลักษณะ “บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น” เพื่อรักษาผลประโยชน์ของทุกฝ่าย

ส่วนการผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD นายกรัฐมนตรี บอกว่า เรื่องดังกล่าวเป็นหัวข้อที่มีการหารือในทุกเวที ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศหรือการต้อนรับผู้นำจากต่างประเทศ ทั้งในเอเชียและยุโรปโดยผู้นำหลายประเทศยืนยันว่า จะสนับสนุนประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD

ทั้งนี้ การเป็นสมาชิก OECD ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทย ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการยกระดับมาตรฐานประเทศ ซึ่งจะช่วยต่อยอดให้เกิด “พลัส พลัส พลัส” ทั้งการผลักดัน FTA การดึงดูดการลงทุน และการเดินหน้าโครงการ Thailand Fast Pass เพื่อเร่งรัดการลงทุนในภาครัฐ

ขณะที่ความมั่นใจว่าประเทศไทยจะสามารถเข้าเป็นสมาชิก OECD ได้ภายในปี 2571 หรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี บอกว่า รัฐบาลจะดำเนินการอย่างเต็มที่ แม้ผลสุดท้ายจะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ก็ตาม เพราะผู้พิจารณาไม่ใช่รัฐบาลไทย แต่รัฐบาลจะจัดทำข้อมูล เอกสาร และรายละเอียดการดำเนินงานต่างๆ ให้ครบถ้วนที่สุด เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และความต้องการของคณะกรรมการผู้พิจารณา

ข่าว วรภัทร ภัททิยากุล  Nbt


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar