นายกฯ “จัดทำงบฯ ปี 2570 ชี้ต้องแม่นยำ คุ้มค่า รับมือวิกฤตโลก เดินหน้าปฏิรูปภาครัฐและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” ย้ำภารกิจปกป้องอธิปไตย แผ่นดินของคนไทยต้องปรากฏอยู่ในแผนที่ประเทศ

   ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนามอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐสำคัญเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

   นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 ในครั้งนี้มีความแตกต่างจากที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ภาครัฐจึงจำเป็นต้องปรับตัวและแสดงบทบาทเชิงรุก ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ภายใต้ข้อจำกัดของทรัพยากรที่มีอยู่

   ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานปรับลดหรือยกเลิกโครงการและแผนงานที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้การใช้งบประมาณทุกบาทเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และต้องจัดทำงบประมาณอย่าง ตรงเป้า แม่นยำ สอดรับกับนโยบาย 10 Plus ของรัฐบาล เพื่อพาประเทศผ่านพ้นวิกฤต ควบคู่กับการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน รวมถึงการเร่งหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง

   สำหรับทิศทางนโยบายสำคัญ รัฐบาลกำหนด 5 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ มุ่งกระจายรายได้ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมภาคการค้า เกษตร และท่องเที่ยว ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง เสริมบทบาทไทยในเวทีโลก พร้อมผลักดันการเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 และยกระดับความมั่นคงทุกมิติ ด้านสังคม ให้ความสำคัญกับการศึกษา สุขภาพ สถาบันครอบครัว และความเข้มแข็งของชุมชน ด้านสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ พัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำ ยกระดับการรับมือภัยพิบัติ และขับเคลื่อนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 // ด้านการบริหารภาครัฐ ปฏิรูประบบราชการ เพิ่มความคล่องตัว โปร่งใส และแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง ในส่วนของกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ตามแผนการคลังระยะปานกลาง (ปี 2570–2573) กำหนดไว้ที่ 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียง 7,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.2 ท่ามกลางภาระรายจ่ายจำเป็นที่ยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

   นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้การใช้งบประมาณยึดหลักความคุ้มค่า (Value for Money) และหลักการจัดทำงบประมาณฐานศูนย์ (Zero Based Budgeting) โดยไม่ยึดติดกับกรอบงบเดิม แต่พิจารณาจากความจำเป็น ความเร่งด่วน และความสอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมกำหนดเพดานการขอเพิ่มงบประมาณไม่เกินร้อยละ 20 ของปีก่อน และเน้นการลงทุนเป็นหลัก

   นอกจากนี้ ยังมีข้อสั่งการให้หน่วยงานรัฐลดงบประมาณด้านการศึกษาดูงาน การจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่จำเป็น รวมถึงการก่อสร้างอาคารใหม่ โดยให้พิจารณาใช้รูปแบบการเช่าหรือการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) แทน พร้อมทั้งเน้นการซ่อมบำรุงโครงสร้างพื้นฐานเดิม โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคม มากกว่าการขยายโครงการใหม่ในระยะสั้น

ในด้านพลังงาน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในหน่วยงานราชการ และส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงานโลก

   ขณะเดียวกัน ยังย้ำถึงความสำคัญของความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศ โดยให้กองทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมด้านยุทโธปกรณ์อย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการปกป้องประเทศ “ต้องไม่ให้ฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับเราคิดว่าเขาสามารถจะมารุกรานประเทศของเราเมื่อไหร่ก็ได้ การเตรียมความพร้อมทางด้านนี้ก็ขอให้ทางกองทัพและสำนักงบประมาณได้วางแผนไว้เป็นอย่างดี เพราะหากมีเรื่องของการสู้รบแต่ละครั้งสิ่งที่เราจำเป็นจะต้องสร้างความมั่นใจคือเรามีศักยภาพแสนยานุภาพเพียงพอที่จะปกป้องอธิปไตยของแผ่นดินไทยของเรารวมถึงศักดิ์ศรีของประเทศไทยด้วย แผ่นดินที่เป็นของคนไทยที่เป็นของคนไทยจะต้องปรากฏอยู่ในแผนที่ประเทศไทยเท่านั้น พร้อมย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปกป้องดินแดนไว้ด้วย”

   นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 ถือเป็นภารกิจสำคัญในการวางรากฐานประเทศในระยะยาว พร้อมขอความร่วมมือทุกหน่วยงานร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง โปร่งใส และยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและคนรุ่นต่อไป

   โอกาสนี้ยังงมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านงบประมาณระหว่าง 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ท. เพื่อยกระดับความโปร่งใส ลดการทุจริต และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณของภาครัฐ

 

ข่าว nbt


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar