กรณีการดีเบต ของพรรคการเมือง ถึงประเด็นการปรับเงื่อนไขการสต็อกข้าวของผู้ส่งออกไทย กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันการปรับเงื่อนไข บริษัทที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 10 ล้านบาท ต้องมีสต๊อกข้าวสาร 100 ตันขึ้นไปนั้น เป็นการเพิ่มโอกาสในการส่งออกได้มากขึ้น เพราะจากเดิมกำหนดปริมาณสต็อกสูงถึง 500 ตัน
นางอารดา เฟืองทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายสต๊อกข้าวของผู้ส่งออก ซึ่งกรมการค้าภายใน ได้ปรับปรุงเงื่อนไข ตามประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว 2489 ฉบับที่ 150 พ.ศ. 2560 จากเดิมกำหนดให้บริษัทที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 10 ล้านบาท ต้องมีสต๊อกข้าวสาร 500 ตันขึ้นไป โดยปรับลดลงมาเหลือเพียง 100 ตันขึ้นไป นอกเหนือจากนี้ให้คงเดิม
โดยจากการจัดทำประชาพิจารณ์ตามระเบียบ ระยะเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 – 16 มกราคม ปี 2568 มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น 74 ราย เป็นผู้เห็นด้วย 71 ราย และอีก 3 ราย ไม่เห็นด้วย เนื่องจากต้องการให้ยกเลิกไม่ให้มีสต๊อกข้าว ซึ่งฝ่ายเลขาฯ กรมการค้าภายใน เห็นว่า สต๊อกสำหรับรายกลาง ยังมีความจำเป็นอยู่ เนื่องจากใช้ในการประกอบการติดตามเรื่องการส่งมอบสินค้า และรักษาภาพลักษณ์ของข้าวไทย หากไม่มีสต๊อกแล้วเกิดการไม่ส่งมอบข้าว จะทำให้ภาพลักษณ์ของข้าวไทยที่มีการส่งออกมาอย่างยาวนานเสียหายได้ จึงยังคงสต๊อกไว้สำหรับผู้ประกอบการรายกลางขึ้นไป
ในส่วนของกรมการค้าต่างประเทศ ได้ปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อลดระยะเวลาการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกข้าว จากเดิมใช้เวลาถึง 3 วัน เหลือเพียง 30 นาที ซึ่งการรับขึ้นทะเบียน เป็นผู้ส่งออกข้าว ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2567 โดยในปี 2568 มีผู้ประกอบการ ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออก ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ DFT SMART – I ทั้งหมด 47 ราย คิดเป็นกว่า 20% ของผู้ส่งออกข้าวที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมด และส่งออกอย่างต่อเนื่อง
ข่าว อโนชา อู่สุวรรณ nbt