3 เขื่อนหลักลุ่มน้ำภาคกลาง ปรับลดการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฝน พร้อมเพิ่มการรับน้ำเข้าระบบฝั่งตะวันออกของลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อลดผลกระทบให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ

3 เขื่อนหลักลุ่มน้ำภาคกลาง ปรับลดการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฝน พร้อมเพิ่มการรับน้ำเข้าระบบฝั่งตะวันออกของลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อลดผลกระทบให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา วันนี้ (7 ต.ค.68) เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ปรับลดการระบายน้ำลงมา 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำทางตอนบนและฝนที่ตกในระยะนี้ ส่งผลให้ที่สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,753 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีแนวเพิ่มขึ้น ขณะที่ สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำท้ายเขื่อนยังต่ำกว่าตลิ่ง 64 เซนติเมตร มีแนวโน้มลดลง พร้อมผันน้ำบางส่วนเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาตามศักยภาพของคลองที่รับได้ ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำได้รับผลกระทบบริเวณคลองโผงเผง , วัดไชโย , อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง / คลองบางบาล , ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา , ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยู่ติดกับแม่น้ำน้อย /วัดสิงห์ , วัดเสือข้าม อำเภออินทร์บุรี , อำเภอเมืองสิงห์บุรี , อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี , ตำบลโพนางดำ อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท

ขณะที่ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ปรับลดระบายน้ำแบบขั้นบันไดเหลือ 350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบท้ายน้ำและช่วยให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักลดลงประมาณ 30 – 50 เซนติเมตร ถือเป็นการช่วยควบคุมระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมและลดปริมาณน้ำที่จะไปรวมกับแม่น้ำเจ้าพระยา

ด้าน เขื่อนพระรามหก ปรับลดการระบายน้ำเช่นกันลงมา 506 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้มีพื้นที่อาจได้รับผลกระทบ คือ ชุมชนวัดสะตือ ต.ท่าหลวง และเขตเทศบาล ต.ท่าเรือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา โดย กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนพระรามหก ด้วยการระบายน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์ เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำให้ได้มากที่สุด

#nbtconnext #เขื่อนพระรามหก #ปรับลดระบายน้ำ #SWOC 


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar