ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน โดย โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้ ได้ติดตามสถานการณ์น้ำของเขื่อนพระรามหกหลังเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี จะปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็น 650 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รองรับปริมาณน้ำที่ไหลลงเขื่อนเริ่มวันที่ 24 กันยายน ส่งผลให้เขื่อนพระรามหก จ.พระนครศรีอยุธยา จะปรับเพิ่มการระบายน้ำประมาณ 550 - 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 – 28 กันยายนนี้ เพื่อรับสถานการณ์ดังกล่าว รวมทั้ง รองรับการระบายน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสัก และปริมาณฝนที่ตกสะสมเหนือเขื่อนพระรามหกด้วย เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดต่อทรัพย์สินของประชาชนจากการที่ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 1.80 – 2 เมตร ซึ่งระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์วิกฤติและอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่บริเวณตลาดท่าเรือ หน้าเทศบาลตำบลท่าเรือ และชุมชนวัดสะตือ
ทั้งนี้ ปริมาณการระบายน้ำจากแม่น้ำป่าสักที่ผ่านเขื่อนพระรามหกจะไหลมาสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยาและมีผลต่อระดับน้ำในแม่น้ำน้อยได้ โดยเฉพาะพื้นที่ริมน้ำและตลิ่งต่ำ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น