กรมอนามัย แนะการบริโภค ‘ต้มยำกุ้ง’ เมนูขึ้นทะเบียนมรดกโลก เป็นเมนูชูสุขภาพ ด้วยหลักอาหารเป็นยา

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงโภชนาการของ ต้มยำกุ้ง เมนูอาหารไทยที่ UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ว่า การขึ้นทะเบียนฯ ครั้งนี้ยืนยันถึงการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าตุ้มยำกุ้งเป็นเมนูอาหารที่มีคุณค่าทั้งแง่ของความสวยงาม คุณค่าทางโภชนาการ และคุณทางยาจากสมุนไพรเป็นส่วนประกอบ ถือเป็นเมนูชูสุขภาพ ที่สามารถใช้หลัก "อาหารเป็นยา" ได้ สำหรับคุณค่าทางโภชนาการของต้มยำกุ้ง หากปรุงได้พอเหมาะ ไม่หวาน มัน เค็ม เกินไป ต้มยำกุ้ง 1 ถ้วยขนาดเท่าถ้วยข้าวต้มกุ๊ย จะให้พลังงาน 270 กิโลแคลลอรี่ เทียบเท่าเท่ากับข้าว 3 ทัพพีครึ่ง แต่หากเป็นต้มยำกุ้งน้ำข้น เติมกะทิลงไป จะเพิ่มพลังงาน 100 แคลลอรี่ อีกทั้งในกะทิ ยังมีไขมันอิ่มตัว คนที่มีปัญหาคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอร์ไรด์สูง มีปัญหาโรคหลอดเลือด คนน้ำหนักตัวเกิน อาจจะต้องเลี่ยงเมนูน้ำข้นที่ใส่กะทิ โดยเปลี่ยนมาเป็นใส่นมจืดแทนจะลดพลังงานลงได้ สำหนับสรรพคุณเมนูต้มย้ำกุ้งไร้ข้อกังขา เพราะสมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบล้วนมีผลการศึกษายืนยันสรรพคุณ บำรุงสายตา ปอด เสริมภูมิคุ้มกัน ไล่หวัด ช่วยระบยขับถ่าย กระตุ้นความอยากอาหาร แต่สิ่งที่ควรระวังคือขั้นตอนการปรุงประกอบ ต้องระวังในช่วงการเตรียมวัตถุดิบต้องเลือกที่สดใหม่ ล้างให้สะอาด เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ในแวดวงเกษตรกรรมยังมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่ จึงต้องล้างให้สะอาด เช่น แช่ในน้ำ 15 นาที แล้วเปิดน้ำไหลผ่าน คลี่ล้างทีละใบ หรือแช่ในน้ำผสมน้ำส้มสายชู 5% สัดส่วนน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร หรือน้ำผสมเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 10 ลิตร แช่นาน 15 นาที จากนั้นให้ล้างอีกครั้งด้วยน้ำสะอาด จากนั้นสู่ขั้นตอนการปรุงต้องสะอาด ไม่ปรุงรสจนเค็มจัด หวานจัด และเมื่อรับประทานแล้วต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วย


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar