กะปิเยาะห์

(จำนวนคนอ่าน 804 คน)

            กะปิเยาะห์ มาจากคำว่า "คูฟียะฮฺ” เป็นศัพท์จากภาษาอาหรับ แปลว่า หมวก ด้วยสำเนียงภาษาแต่ละถิ่น จึงทำให้เพี้ยนไป ในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จะใช้คำว่า กะปิเยาะห์ หรือบางทีก็กร่อนเสียงเหลือเพียง "ปิเยาะห์” ก็มี เหตุที่มุสลิมใส่ กะปิเยาะห์ หรือใช้ผ้าโพกศีรษะ เนื่องจากใส่แล้วได้บุญ เพราะเป็นการแต่งกายตามแบบ ศาสดานบีมุฮัมมัด จริยวัตรของท่านทุกอย่างถือเป็นแบบฉบับของมุสลิมทั่วโลกที่ควรประพฤติปฏิบัติตาม แม้ นบีมุฮัมมัด ได้จากโลกนี้ไปแล้ว แต่หลักฐานที่หลงเหลืออยู่คือหมวกและ ผ้าโพกศีรษะที่ท่านนบีเคยใช้ยัง ปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ในประเทศตุรกี ดังนั้น หากมุสลิมท่านใดใช้ทั้งหมวกและผ้าโพกศีรษะพร้อมกัน ก็ถือว่าจะได้บุญเป็น ๒ เท่า
            ผ้าโพกศีรษะที่นับว่าเป็นวัฒนธรรมของชาวอาหรับที่ใช้ชีวิตอยู่กลางทะเลทรายนั้น นอกจากจะใช้ในระหว่างการประกอบศาสนกิจอย่างการละหมาดแล้ว ยังใช้ประโยชน์ได้อีกหลายอย่าง เช่นเดียวกับผ้าขาวม้าของไทย คือ ใช้ปูนอน ใช้ปูละหมาด ใช้แทนเชือก กันหนาว กันแดดในทะเลทราย
            ส่วน กะปิเยาะห์ ที่เห็นรูปทรงในปัจจุบันนั้น เชื่อกันว่ามาจากรูปทรงของโดมมัสยิด ซึ่งส่วนประกอบของ กะปิเยาะห์ ประกอบด้วย ๒ ส่วน คือ ส่วนฐานและส่วนหัว ส่วนฐานเรียกตามภาษาอาหรับว่า "จิดา” (Jida) ภาษามลายูเรียกว่า "อีบู” ส่วนหัว เรียกตามภาษาอาหรับว่า "เฟาก์” (Fauk) ภาษามลายูเรียกว่า "ตาโป๊ะ”
           การปฏิบัติศาสนกิจที่มุสลิมต้องทำทุกวัน จะละเว้นไม่ได้คือ การละหมาด ขั้นตอนการทำละหมาดขั้นตอนหนึ่ง คือ การก้มกราบ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่หน้าผากจะต้องสัมผัสกับพื้น การที่มีเส้นผมมาปรกหน้าผากแม้เพียงสามเส้น ก็ทำให้การละหมาดครั้งนั้นเป็นโมฆะ ดังนั้น กะปิเยาะห์ จะทำหน้าที่ในการรวบผม
ที่ปิดหน้าผากเอาไว้ เพื่อทำให้การละหมาดนั้นสมบูรณ์.
 
***********
จำนวนคนอ่าน 805 คน จำนวนคนโหวต 0 คน